เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2553 ที่สมาคมผู้บริโภคสงขลา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คณะกรรมการประสานองค์กรเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) นำโดยนายมานะ ชูช่วย, นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายสมบูรณ์ คำแหง และนายทรงวุฒิ พัฒแก้ว ออกแถลงการณ์หยุดโครงการพัฒนาภาคใต้ และคัดค้านการประกาศโครงการ 11 ประเภท ที่อาจก่อให้ผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง โดยมีมติ ดังนี้
1.กป.อพช.ใต้ ไม่ยอมรับการประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่ลดโครงการที่อาจก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ จาก 18 โครงการ เหลือเพียง 11 โครงการ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเสียเอง ทั้งที่ กป.อพช.ใต้ เสนอว่าควรจะเป็นบทบาทขององค์กรอิสระสิ่งแวดล้อมเป็นผู้พิจารณา
ทั้งนี้ การกำหนดโครงการพัฒนาต่างนั้น ต้องดำเนินตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ซึ่งมีเจตนารมณ์สะท้อนความคิดเห็นของสังคมไทยในการยอมรับการพัฒนา แต่ต้องมีกระบวนการศึกษาและวางมาตรการรองรับผลกระทบ และให้ประชาชนมีส่วนร่วม
2.รัฐบาลซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ต้องแก้ไขปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดให้ได้เสียก่อน และไม่เพิ่มปัญหาด้วยการลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มทุนอุตสาหกรรม ทำให้โครงการต่างๆ เพิ่มขึ้น ส่อเจตนายกเว้นไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ
3.รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจในการดูแลประชาชน โดยยุติโครงการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเตรียมพัฒนาเป็นภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของรัฐและเอกชน ทั้งในและนอกประเทศ และเร่งผลักดันให้เกิดผลในการปฎิบัติ โดยขอให้ยุติการพัฒนาอุตสาหกรรมภาคใต้ทั้งหมดจนกว่าจะเกิดแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ที่ยั่งยืน ตามมติของคณะรัฐมนตรี
4.กป.อพช.ใต้ ไม่เห็นด้วยกับร่างแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ พ.ศ.2553-2562 ทั้งฉบับ จนกว่าจะผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งรัฐบาลโดยสำนักนโยบายแผลและสิ่งแวดบ้อม (สผ.) ได้จัดทำขึ้นโดยไม่ได้นำไปสู่การควบคุมการเกิดและการปล่อยสารพิษในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นภาคการผลิตที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมากที่สุด และเป็นการเปิดช่องว่างให้อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ลงสู่ภาคใต้อย่างสะดวก แต่กลับเจาะจงควบคุมภาคเกษตรกรรมที่กล่าวอ้างว่าทำให้เกิดการทำลายป่า
อย่างไรก็ตาม กป.อพช.ใต้ ปรารถนาที่จะเห็นการพัฒนาที่ยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน ตลอดจนมีการพัฒนาที่ทุกคนมีส่วนร่วมคิด ร่วมรับประโยชน์ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาที่ถูกต้องอย่างแท้จริง นอกเหนือจากนี้เป็นการพัฒนาที่เราไม่เห็นด้วย และขอคัดค้านจนถึงที่สุด