จดหมายข่าวขบวนชุมชนสงขลา ฉบับสิงหาคม 2554 Download คลิ้กที่นี่ และติดตามฟังรายการปักษ์ใต้บ้านเรา ทางวิทยุ สวท.สงขลา 90.5 เมกกะเฮิร์ต เวลา 18.00-19.00 น. ทุกวันอังคาร -สวัสดิการชุมชน /ทุกวันพุธ-สภาองค์กรชุมชน


วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วัฒนธรรมมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ท่ามกลางความรุนแรง: ตอนที่ 1

วัฒนธรรมมีความหมายครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ในสังคมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือสังคมใดสังคมหนึ่ง ซึ่งแสดงความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ หรือลักษณะประจำชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในสังคม ดังนั้นในโลกแห่งความเป็นจริงทั้งไทยและเทศหรือแม้กระทั่งผู้คนในประเทศเดียวกันจึงมีความแตกต่างทางด้านทางวัฒนธรรม

จากความหมายดังกล่าวจึงทำให้วัฒนธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในความเป็นสังคมใดสังคมหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้และถ่ายทอดซึ่งกันและกันผ่านรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง ในขณะเดียวกันมันยังสามารถกำหนดปัจจัยที่สำคัญในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็น เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัย การแสดงความรู้สึกทางอารมณ์ อีกทั้งยังเป็นตัวกำหนดการกระทำบางอย่าง ในชุมชนว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งการกระทำบางอย่างในสังคมหนึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเหมาะสมแต่ไม่เป็นที่ยอมรับในอีกสังคมหนึ่ง

ในสังคมมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นกันหากมองในภาพรวมของประเทศไทยในเชิงพื้นที่ก็จะเป็นชนกลุ่มน้อยแต่หากมองเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะพบว่าเขาจะเป็นชนกลุ่มใหญ่ที่มีวิถีชีวิตซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าในสังคมไทยและสามารถเชื่อมร้อยกับสังคมมลายูมุสลิมในภูมิภาคอาเซี่ยนอีกกว่า สองร้อยล้านคน อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

สภาฯ ติวเข้มยกระดับแกนนำสู่การเปลี่ยนแปลง

นายจินดา บุญจันทร์ แกนนำสภาองค์กรชุมชน ภาคใต้ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 20 – 23 มีนาคม 2553 สภาองค์กรชุมชนจะจัดให้มีการพัฒนาแกนนำสู่การเปลี่ยนแปลง โดยผู้เข้าร่วมจะประกอบด้วยแกนนำสำคัญ ๆ ของแต่ละภาค ได้แก่ กรรมการดำเนินการที่ประชุมในระดับชาติ ฯ ที่ปรึกษา ตัวแทนทีมวิจัย นักพัฒนาเอกชนที่สนใจ และดำเนินงานเกี่ยวกับสภาองค์กรชุมชน และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)

สำหรับเนื้อหานั้นจะเริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์สังคมโลก – สังคมไทย การวิเคราะห์ชุมชน โดยนักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเข้าใจ และยกระดับความคิดไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคม จากนั้นก็จะมีการร่วมกันค้นหาคำตอบในหัวข้อสภาองค์กรชุมชนเป็นทางออกของการเปลี่ยนแปลงสังคมและชุมชนได้เพียงไร รวมทั้งการกำหนดนโยบาย และทิศทางการขับเคลื่อนงานโครงสร้าง ตลอดจนการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

“เราใช้เวลาถึง 4 วัน เพราะต้องการให้แกนนำสำคัญได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของปัญหาในทุกระดับ และร่วมกันค้นหาทางออกร่วมกันอย่างแท้จริง นายจินดา กล่าว”

สุวัฒน์ คงแป้น :รายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

คูหาใต้กำหนดจัดงานฟื้นวัฒนาธรรมภูมิปัญญาชาวนา

นางสุดา วรรณจาโร ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ก.พ. 2553 สภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ รวมกับ องค์กรชุมชนในตำบลคูหาใต้ จะร่วมกันจัดงานฟื้นภูมิปัญญา และวัฒนธรรมการทำนา เช่นการอนุรักษ์พันธ์ข้าว , การลงแขกเกี่ยวข้าว การตำข้าวเม่า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อต้องการอนุรักษ์ และพื้นฟูพันธุ์กรรม และวัฒนธรรมอันดีงามของชาวนาอันเป็นอาชีพ ของคนคูหาใต้ให้คงอยู่ต่อไป ผู้สนใจสามารถเดินทางไปร่วมงานได้ในวันดังกล่าว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 084-0678871

พอช.เห็นชอบแผนฯ สนับสนุนสภาองค์กรชุมชน

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 09.00 น.ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน ครั้งที่ 1/2553 ขึ้น ณ ห้องประชุมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดยมีนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นประธาน ที่ประชุมได้มีการพิจารณา และเห็นชอบแผนงานสนับสนุนและส่งเสริมด้วย 3 แผนงานหลัก ได้แก่ 1)แผนการพัฒนาสภาองค์กรชุมชนที่เป็นเรื่องการพัฒนาสภาองค์กรชุมชนที่จัดตั้งแล้วให้เข้มแข็งสามารถปฏิบัติงานบรรลุภารกิจ 2) แผนงานประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งการประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาพัฒนาการเมือง และสถาบันทางวิชาการ

และ 3 แผนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในขบวนองค์กรชุมชนที่เน้นการใช้หลักสูตรอบรม ซึ่ง นพ.อำพล จินดาวัฒนะ อนุกรรมการให้ข้อสังเกตว่าในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยใช้หลักสูตรอบรมอาจทำได้ไม่มีประสิทธิภาพมากพอจึงเสนอให้มีการปรับใน 2 ประเด็นคือ ประเด็นแรกควรจัดทำเป็นโครงการพัฒนาศักยภาพ และใช้เครื่องมือที่หลากหลายมิใช่เฉพาะการอบรมโดยหลักสูตรเท่านั้น เช่น เสริมด้วยการศึกษาดูงาน เป็นต้น ประเด็นที่ 2 ควรปรับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเป็น “โครงการพัฒนาบุคลากร และองค์กรชุมชน” ทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไปซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับตามที่อนุกรรมการเสนอ

สุวัฒน์ คงแป้น :รายงาน

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เครือข่ายชาวนาภาคใต้ ประสานภาคีจัดวง Think tank เรื่องพันธุกรรมข้าวพื้นบ้านภาคใต้

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 เครือข่ายชาวนาภาคใต้ ประสานภาคี และหน่วยงานต่างๆ จัดเวทีระดมความคิดเห็นเรื่อง ความยั่งยืนและความอยู่รอดของชาวนาภาคใต้ โดยเน้นเรื่องการอนุรักษ์และจัดการพันธุกรรมข้าวพื้นบ้านภาคใต้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ตัวแทนเครือข่ายชาวนา นักพัฒนาเอกชน ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงและนครศรีธรรมราช ตัวแทน พอช.ภาคใต้ ตัวแทน สกว. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา และผู้สนใจ รวมประมาณ 40 คน ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

พื้นที่พิเศษชายแดนใต้ ชู ซากาต ร่วมผลักดันเชิงนโยบาย

นายยะโก๊ะ เบ็ญมะเซ็ง ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาพื้นที่พิเศษชายแดนภาคใต้ สภาองค์กรชุมชนเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการฯ ได้มีการประชุมครั้งที่ 1/2553 โดยมีมติสำคัญในเรื่องของการนำประเด็นสวัสดิการ “ซากาต” ไปสู่การขับเคลื่อนระดับนโยบายสวัสดิการขององค์กรชุมชนที่นับถือศาสนาอิสลามโดยที่ประชุมมอบหมายให้ ผส.อับดุลเลาะห์ ฮัมบรู เป็นผู้ประสานงานหลักในการดำเนินงาน

ผส.อับดุลเลาะห์ ฮัมบรู อนุกรรมการฯ เปิดเผยว่าในการขับเคลื่อนเรื่องซากาตได้กำหนดแผนงานหลักไว้ 4 แผนงาน โดยเริ่มจากการนำร่างกฎหมายซากาตที่ยกร่างโดยส่วนกลางมาย่อยให้เห็นประเด็นสำคัญพร้อมมีการตั้งข้อสังเกตของแต่ละประเด็นเพื่อให้อนุกรรมการฯ และแกนนำชุมชนมุสลิมพิจารณาร่วมพิจารณาจะนั้นการนำไปสู่การเรียนรู้กับผู้นำศาสนาก่อนที่จะจัดให้มีการศึกษาดูงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ในประเทศมาเลเซีย แล้วรวบรวมทุกความเห็นเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงเป็นฉบับของประชาชนก่อนที่ร่วมกันหาช่องทางเสนอเป็นกฎหมายต่อไป

นายสุวัฒน์ คงแป้น ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าในการดำเนินงานเรื่องนี้ต้องทำให้เกิดกระแส และมีการเรียนรู้กันอย่างกว้างขว้าง โดยการประสานงานกับสื่อมวลชนทุกแขนงในการเผยแพร่แนวคิดเรื่องซากาตออกสู่สาธารณชนด้วย

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สพม.ใต้ เลือก จ.ระนองนำร่องการเมืองภาคพลเมือง

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2553 ได้มีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมืองประจำภาคใต้ครั้งที่ 1/2553 โดยมีมติที่น่าสนใจหลายประการเช่นการอนุมัติแผนส่งเสริมการเมืองภาคพลเมืองของภาคใต้ 3 โครงการหลัก คือการสร้างการเรียนรู้และการพัฒนาเรื่องสิทธิการเมืองตามรัฐธรรมนูญ การจัดตั้งวิทยาลัยป้องกันชุมชน (วปช.)และเรื่องสิทธิของชุมชนในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบเลือกจังหวัดระนองให้เป็นจังหวัดนำร่องเรื่องการเมืองภาคพลเมือง โดยจะต้องพัฒนาให้เกิดเครือข่ายการเมืองภาคพลเมืองที่เข้มแข็งประชาชนมีความเข้าใจและเข้าถึงการเมืองภาคพลเมือง มีสภาองค์กรชุมชนเป็นต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 รวมทั้งจะต้องร่วมกับภาคีการพัฒนาต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาระบบการเมืองให้มีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้นเช่น ประชาชนรู้และเข้าใจถึงสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มีการขายเสียงน้อยลงเป็นต้น โดยทาง สพม.จะสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานแก่จังหวัดนำร่อง ประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งขณะที่ สพม. ภาคใต้ ได้มอบหมายให้มีคณะทำงานจำนวน 6 คน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ จ.ระนองแล้ว