จดหมายข่าวขบวนชุมชนสงขลา ฉบับสิงหาคม 2554 Download คลิ้กที่นี่ และติดตามฟังรายการปักษ์ใต้บ้านเรา ทางวิทยุ สวท.สงขลา 90.5 เมกกะเฮิร์ต เวลา 18.00-19.00 น. ทุกวันอังคาร -สวัสดิการชุมชน /ทุกวันพุธ-สภาองค์กรชุมชน
วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553
เครือข่ายเยาวชนประมงพื้นบ้านภาคใต้ค้านตั้งนิคมฯ ที่นครศรีธรรมราช
เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำรัตภูมี คัดค้านโครงการแลนบริดจ์สตูล-สงขลา
เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้ำรัตภูมี ไม่เห็นด้วยกับโครงการทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแลนบริดจ์สตูล-สงขลา
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ได้จัดเวทีนำเสนอผลการคัดเลือกเส้นทางรถไฟฯ โดย สนข.ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มีการประสานงานต่อไปยังชุมชนใกล้เคียง แต่ทว่าทุกครั้งที่จัดกิจกรรมย่อยลักษณะนี้ก็ไม่เคยมีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์การบริหารส่วนตำบลแต่อย่างใด วันที่ 25 กพ.ที่ผ่านมาก็เช่นเดียวกัน เครือข่ายฯได้ทราบความเคลื่อนไหวของ สนข.ที่จะจัดเวทีจึงรวมตัวกันบางส่วนเพื่อเข้าร่วมและเสนอแนะความคิดเห็นต่อโครงการดังกล่าวฯ ซึงประเด็นหลักๆคือ กระบวนการมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการเพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศ แต่ชุมชนโดยทั่วไปแทบไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ชาวบ้านมีความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงไป
โครงการดังกล่าวมีพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินการศึกษาครอบคลุมเขตการปกครองของจังหวัดสงขลา และสตูล รวม 12 อำเภอ 42 ตำบล อ่านต่อ คลิ้กที่นี่
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ได้จัดเวทีนำเสนอผลการคัดเลือกเส้นทางรถไฟฯ โดย สนข.ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มีการประสานงานต่อไปยังชุมชนใกล้เคียง แต่ทว่าทุกครั้งที่จัดกิจกรรมย่อยลักษณะนี้ก็ไม่เคยมีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์การบริหารส่วนตำบลแต่อย่างใด วันที่ 25 กพ.ที่ผ่านมาก็เช่นเดียวกัน เครือข่ายฯได้ทราบความเคลื่อนไหวของ สนข.ที่จะจัดเวทีจึงรวมตัวกันบางส่วนเพื่อเข้าร่วมและเสนอแนะความคิดเห็นต่อโครงการดังกล่าวฯ ซึงประเด็นหลักๆคือ กระบวนการมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการเพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศ แต่ชุมชนโดยทั่วไปแทบไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ชาวบ้านมีความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงไป
โครงการดังกล่าวมีพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินการศึกษาครอบคลุมเขตการปกครองของจังหวัดสงขลา และสตูล รวม 12 อำเภอ 42 ตำบล อ่านต่อ คลิ้กที่นี่
อีกหนึ่งอุดมการณ์ สานความตั้งใจฟื้นฟูวิถีชาวนาไทยแห่งลุ่มน้ำคลองภูมี
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้ำรัตภูมี ได้มีกิจกรรมเก็บข้าวเพื่ออนุรักษ์วิถีดั้งเดิมของคนในชุมชน โดยรวมตัวกัน ณ บ้านนายจรินทร์ ธรรมวาโย ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจที่จะสืบสานวิถีเดิมๆไว้ “บ้านหูแร่”ชื่อหมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของคนแถบนี้ในอดีต ปัจจุบันได้เปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่สวนยางพาราเป็นส่วนใหญ่ แต่ชาวบ้านบางครอบครัวก็ยังนิยมทำนากันอยู่ ส่วนใหญ่จะทำไว้กินเอง ต้นทุนการทำนาต่ำเพราะไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีใดๆ กินข้าวได้อย่างสบายอุราช่วงสองสามปีที่ผ่านมา สถานการณ์การทำนาในหลายพื้นที่ในลุ่มน้ำคลองภูมีเริ่มมีการตื่นตัวมากขึ้น อาจเกิดจากสภาวะข้าวยากหมากแพง ต้นทุนการผลิตสูง และการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่มีมาก จะเห็นได้ว่าหลายๆกลุ่มเริ่มตื่นตัวที่จะปลูกข้าวไว้กิน ผืนนาผืนน้อยเริ่มมีความหมายมากขึ้น รอยยิ้มของผู้คนเริ่มกลับมา ... แม้นี่คือรอยยิ้มหนึ่งตรงมุมเล็กๆของสังคม แต่ก็เป็นรอยยิ้มที่สุขใจ เราเชื่อว่าความสุขเริ่มจากตรงนี้คือที่ใจ “ทำนาได้อะไรมากกว่าที่คิด” อ่านต่อ คลิ้กที่นี่
รัฐบาลเตรียมออกกฎหมายให้อำนาจนายกเล็กบริหารที่ดินหวงห้าม
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเปิดโครงการบ้านมั่นคงไทยเข้มแข็งกันตัง ต.กันตังใต้ อ.กันตัง จ.ตรัง ด้วยการทำพิธีเปิดศาลาที่ทำการสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงกันตัง จำกัด และลงเสาเอกบ้าน โดยมีนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายปลื้ม ดวงสุวรรณ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายอำเภอกันตัง นายกเทศบาลเมืองกันตัง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกันตังใต้ นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)และคณะประชาชนในนาม สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดตรัง และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 500 คน มาร่วมในพิธีเปิด อ่านต่อ คลิ้กที่นี่
คนสามจังหวัดวอนการเมืองสงบเสียที หลังจบคดียึดทรัพย์ "ทักษิณ"
จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำชุมชนและผู้นำศาสนาซึ่งเป็นผู้นำทางความคิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อค้นหาว่าชาวบ้านจริงๆ คิดกันอย่างไร และมองสถานการณ์การเมืองไทย ตลอดจนสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นับจากนี้ไปอย่างไร
นายทนง ไหมเหลือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา มองว่า บ้านเมืองไทยขณะนี้เป็นไปในทิศทางที่ดีแล้ว ส่วนปัญหาที่มีอยู่บ้างส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องส่วนตัว จึงอยากให้นักการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวด้วยประเด็นส่วนตัวหรือประโยชน์ส่วนตัว คิดทบทวนให้ดี
"ทุกครั้งที่เปิดโทรทัศน์ก็มีแต่เรื่องการเมือง ทำให้ทุกคนเบื่อ ไม่อยากเปิดโทรทัศน์ดู โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมามีแต่คดียึดทรัพย์ของอดีตนายกฯ ทำให้รู้สึกเบื่อการเมืองไทยมาก” อ่านต่อ คลิ้กที่นี่
440 ปีแห่งศรัทธา...130 ปี มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า จังหวัดปัตตานีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นศูนย์รวมของประชากรหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา ผสมผสานจนเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น นอกจากนี้ จังหวัดปัตตานียังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย มีเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตชุมชนที่สวยงามน่าสัมผัส เหล่านี้ล้วนเป็นที่มาของการพัฒนาและสร้างสรรค์กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดปัตตานีอย่างต่อเนื่องหลากหลาย
จังหวัดปัตตานีได้ร่วมกับเทศบาลเมืองปัตตานี มูลนิธิเทพปูชนียสถาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน “440 ปี แห่งศรัทธา 130 ปี มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวท่องเที่ยวปัตตานี เทิดไท้สดุดีมหาราชา” และเทศกาลสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว โดยมีการจุดประทัดจำนวน 1 ล้านนัด เพื่อเฉลิมฉลองเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปีนี้ครบรอบ 130 ปี โดยมีพิธีเปิดในช่วงบ่ายวันที่ 27 กุมภาพันธ์ และเช้าตรู่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีพิธีแห่พระลงน้ำที่บริเวณเชิงสะพานเดชานุชิต และทำพิธีลุยไฟที่บริเวณหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง ซึ่งได้มีการถ่ายทอดสดพิธีลุยน้ำ-ลุยไฟทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยด้วย หลายๆ ท่านคงได้รับชมไปแล้ว อ่านต่อ คลิ้กที่นี่
วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553
สื่อพื้นบ้านกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมสู่การการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
นายธัญญะ พูลสวัสดิ์ ผู้ศึกษาบทบาทสื่อพื้นบ้านกับการอนุรักษ์วัฒนธรรม โดยชูหนังตะลุงในพื้นที่ 4 จังหวัด พัทลุง ตรัง สงขลา และนครศรีธรรมราช ซึ่งโดดเด่นในการนำวัฒนธรรมพื้นบ้านมาเป็นตัวชูโรงต่อยอดการพัฒนาในมิติต่างๆ เริ่มต้นจากการนิยามหนังตะลุงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์ พวกเขาต่อยอดไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ธัญญะ เล่าว่า หนังตะลุงมีอิทธิพลและเกี่ยวโยงกับชีวิตของชาวบ้านในฐานะศิลปะพื้นบ้านมายาวนานนับ 100 ปี โดยเฉพาะที่ จ.พัทลุง มีการแสดงและรวมกลุ่มทำหนังตะลุงอย่างแพร่หลาย “นายหนังตะลุง” มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำทางความคิด ที่ได้รับความไว้วางใจ เชื่อถือ และศรัทธา หากมีงานที่ต้องขับเคลื่อนโดยขบวนการชุมชน ชาวบ้านมักจะยกให้นายหนังตะลุงเป็นพลังสำคัญ “การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ การเมือง หรือสิ่งแวดล้อม กระทบถึงวัฒนธรรมพื้นบ้าน บทบาทที่เคยเด่นชัดค่อยๆ ลดเลือนและถูกแทนที่ด้วยอำนาจทุนที่มารูปแบบต่างๆ ทำให้ความนิยมและศรัทธาในหนังตะลุงลดน้อยลงไป ” อ่านต่อ คลิ้กที่นี่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)