จดหมายข่าวขบวนชุมชนสงขลา ฉบับสิงหาคม 2554 Download คลิ้กที่นี่ และติดตามฟังรายการปักษ์ใต้บ้านเรา ทางวิทยุ สวท.สงขลา 90.5 เมกกะเฮิร์ต เวลา 18.00-19.00 น. ทุกวันอังคาร -สวัสดิการชุมชน /ทุกวันพุธ-สภาองค์กรชุมชน


วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เปิดแคนดิเดท \"จุฬาราชมนตรี\" คนใหม่

การจากไปของ นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรีคนที่ 17 ของประเทศไทย เมื่อวันพุธที่ 24 มี.ค.2553 ทำให้กระแสสังคมเริ่มให้ความสนใจกับการสรรหาจุฬาราชมนตรีคนใหม่ โดย นายสวาสดิ์ ได้รับการเลือกให้เป็นจุฬาราชมนตรี หลังจาก นายประเสริฐ มะหะหมัด ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อปี 2540 จึงนับเป็นจุฬาราชมนตรีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540

จากยุคกรุงศรีฯถึงรัตนโกสินทร์

จุฬาราชมนตรี เปรียบเสมือนประมุขมุสลิมในประเทศไทยที่มีมาตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา โดยจุฬาราชมนตรีคนแรกแต่งตั้งในสมัยพระเจ้าทรงธรรม คือ เชค อะหมัด เป็นพ่อค้าวานิชชาวเปอร์เชีย นิกายชีอะห์ และนับเป็นปฐมแห่งจุฬาราชมนตรี และเป็นต้นตระกูล "บุนนาค"

หากย้อนอดีตกลับไปจะพบว่า จุฬาราชมนตรีตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา กระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์ ล้วนแต่มาจากนิกายชีอะห์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นมุสลิมสายสุหนี่ ในยุคของ นายแช่ม พรหมยงค์ สมัยรัชกาลที่ 8

การคัดสรรจุฬาราชมนตรีคนใหม่ได้รับการกล่าวถึงอย่างคึกคัก การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ค.2553 นี้ โดยจะให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจาก 38 จังหวัด 740 คน เป็นผู้เสนอชื่อและลงคะแนน
อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ภาคประชาชนนราธิวาสโชว์ผลงาน

เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดนราธิวาส ร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงานกาชาดประจำจังหวัดนราธิวาส ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 26 เม.ย. - 7 พ.ค.2553 ณ บริเวณสวนสาธารณะเทศบาลเมืองนราธิวาส


เนื้อหานิทรรศการแสดงถึงกระบวนการดำเนินงาน และผลสำเร็จด้านการพัฒนาชุมชน ทั้งด้านการส่งเสริมการจัดทำกองทุนสวัสดิการชุมชน การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามแนวทางโครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบท การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินรอบอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินภายใต้งบประมาณไทยเข้มแข็ง และการพัฒนาภาคประชาชนด้วยสภาองค์กรชุมชนระดับตำบลโดยมีภาคประชาชนในนาม”ขบวนจังหวัดนราธิวาส” เป็นแกนหลักในการดำเนินงาน

จากเวป : http://www.souththai.org

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

หรือ ‘โรดแม็ป’ จะเป็นเหมือนลูกวัวที่ถูกโยนลงบ่อจระเข้

บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฅนตรัง

ปีที่ 5 ฉบับที่ 103 วันที่ 1-15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553


รู้สึกว่า การที่นายกรัฐมนตรีประกาศจะให้มีโรดแม็ปเพื่อการปรองดองแห่งชาติ บางทีก็คล้ายๆ กับการจับลูกวัวโยนลงไปสู่บ่อจระเข้...

ใกล้จะสองเดือนเต็มทีแล้วสำหรับการออกมาชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่ม นปช. หรือกลุ่ม ‘คนเสื้อแดง’ ใหม่ๆ ก็ต้องยอมรับกันว่า เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตยในการรวมกลุ่มเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่ตน หรือกลุ่มตนต้องการ อย่างที่ผมเคยเปรียบเทียบหลายๆ ครั้งว่า การใช้สิทธิเสรีภาพตามหลักการดังกล่าวก็เหมือนกับการที่เรายืนขึ้นแล้วโบกมือ แกว่งแขน แกว่งไปเถอะ ตราบที่ยังไม่ละเมิดไปทิ่มตาหรือเสยจมูกของผู้อื่น

ปรากฏการณ์ต่อมาต่างหากที่ทำให้คนติดตามเหตุบ้านการเมืองจำนวนมากมายเกิดความรู้สึกไม่ดีกับพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง และการยึดพื้นที่คมนาคม พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ จนชาวบ้านชาวช่องเขาเกิดความรำคาญ เบื่อหน่าย กระทั่งเอือมระอาถึงที่สุด จนต้องรวมกลุ่มกันแสดงความไม่เห็นด้วยในนามเสื้อหลากสีสัน บางครั้งนำไปสู่การปะทะกันเองในหมู่คนไทย ถึงขนาดต้องสูญเสียเลือดเนื้อ ชีวิต ไปจำนวนไม่น้อย และหลายคนเริ่มหวาดหวั่นกับสัญญาณที่อาจจะก่อเกิดเป็นสงครามกลางเมือง

เรื่องราวลื่นไหลไปกับวันเวลาที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะตกเป็นฝ่ายตั้งรับมาตลอด ทั้งๆ ที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการคลี่คลายสถานการณ์ ท่ามกลางการเรียกร้องของคนหมู่มากให้จัดการอย่างใดอย่างหนึ่งเสียที ขณะเดียวกันบางส่วนของผู้ชุมนุมได้เริ่มแปลงกายกลายเป็น ‘ผู้ก่อการร้าย’ ไปแล้วในสายตาของคนรัฐบาลด้วยการออกระรานโน่น นี่ นั่น ไม่หยุดหย่อน จนความชอบธรรมในการชุมนุมที่มีน้อยนิดมาแต่ต้นเพราะเป็นการเรียกร้องเพื่อสิทธิของคนไม่มาก กลับตีลังกามาติดลบลึกสุดๆ หลังจาก ‘คนเสื้อแดง’ จำนวนหนึ่งบุกเข้าไปทำบ้าบอคอแตกในโรงพยาบาลจุฬาฯ

สถานการณ์ต่อจากนั้น เรียกได้ว่าเกิดอาการห่อเหี่ยวเรียวปลายเหลือเกินแล้วสำหรับคนกลุ่มนี้ เมื่อขาดการยอมรับจากสังคมในวงที่นับวันจะยิ่งกว้างขึ้น ภายในกลุ่มเองก็เกิดความระส่ำระสาย คล้ายๆ จะหาทางลงไม่เจอ ความคาดหวังจากผู้คนเจ้าของประเทศก็ยิ่งเร่งรัฐบาลให้เริ่ม ‘ปฏิบัติการทางกฎหมาย’ ให้ได้เห็นกันเร็วๆ เสียที

ผิดคาด... เมื่อจู่ๆ นายกรัฐมนตรีออกทีวีมาป่าวประกาศถึงโรดแม็ป หรือแผนปรองดองแห่งชาติขึ้นมาถึง 5 องค์ประกอบ ที่สำคัญ จะให้มีการเลือกตั้งใหม่ วันที่ 14 พฤศจิกายน ท่ามกลางความชื่นชมยินดีในเบื้องต้น ทั้งฟากฝ่ายประชาชนโดยทั่วไป ที่เห็นว่าน่าจะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะคลี่คลายความร้อนแรงของกองไฟลงได้ และแม้แต่ผู้ชุมนุมเองที่ดีใจจนออกหน้าออกตาว่ารัฐบาลยื่นบันไดทองมาให้เดินลง แต่ก็ยังสงวนท่าที ยังไม่ยุติการชุมนุม...

อีกด้านหนึ่ง ผู้คนเกิดความรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงกับการออกมาประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะเท่ากับรัฐบาลยอมจำนนต่อแรงกดดันของผู้ชุมนุม หรือแม้แต่ของ ‘ผู้ก่อการร้าย’ ในความหมายที่มีการใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธนานา ยิ่งในรายละเอียดของประกาศข้อสุดท้าย ที่หลายความเห็นบอกว่าสุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่การแก้ไขกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่การนิรโทษกรรม เพื่อนักการเมืองบางกลุ่ม

มาถึง 3-4 วันภายหลังการประกาศว่าจะมีแผนการปรองดอง ดูเหมือนจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ เพิ่มขึ้น หลายคนที่เห็นด้วย มากมายที่คัดค้านว่าไม่เข้าท่าเลยเพราะสุดท้ายนายกฯกลับกลายเป็นคนเปิดโอกาสให้นักมวยที่กำลังจะถูกน็อกได้ฟื้นมาชกต่อในยกหก หลายพวกที่กะจะโหนรถเมล์สายปรองดองเพื่อให้ได้สิทธิทางการเมืองคืนมา ซึ่งเริ่มปรากฏการเรียกร้อง ต่อรองโหยหวนให้เห็นแล้ว

แล้วผิดไหม... ถ้าจะบอกว่า กลุ่มหลังนี้ต่างหากที่เหมือนฝูงจระเข้ที่รอจะโถมงับลูกวัวตัวที่นายกรัฐมนตรีตั้งใจโยนไปให้...

วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สัมมนาพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองภาคใต้

เมื่อวันที่ 27-28 เมษายน 2553 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฏิบัติการภาคใต้ ได้ร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนเมือง จัดสัมมนาการสร้างและพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองภาคใต้ ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา จ.สงขลา มีผู้เข้าร่วมการสัมมนาครั้งนี้ จาก 16 เครือข่ายเมือง 13 เครือข่ายจังหวัด รวม 210 คนโดยมีนายคม เรืองกูล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวต้อนรับ

วัตถุประสงค์ในการสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรชุมชนในระดับพื้นที่ เกิดการเชื่อมโยงหนุนเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน หนุนเสริมความเข้มแข็งองค์กรชุมชน บริหารจัดการตนเองได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต และเชื่อมโยงการจัดระดับความสัมพันธ์ การจัดเครือข่ายระดับพื้นที่ เครือข่ายระดับจังหวัด
อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ตั้ง ศูนย์บริหารเครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินบูโดฯ เป็น ศอ.บต. ส่วนหน้า

ผอ.ศอ.บต. นำคณะข้าราชการระดับสูงจังหวัดนราธิวาส ร่วมเปิดอาคารเครือข่ายที่ดินชุมชน พร้อมยืนยันเร่งรัดการแก้ไขปัญหาที่ดินอุทยานบูโด เพื่อนำความสงบสุขสู่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ “ปอจิ”ปราชญ์ชาวบ้านให้แง่คิด การพัฒนาแบบบูรณาการ

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2553 เครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเทือกเขาบูโด ร่วมกับอำเภอบาเจาะ จัดพิธิเปิดอาคารศูนย์บริหารเครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเทือกเขาบูโด และที่ทำการกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนบ้านมาแฮ ณ บ้านมาแฮ หมู่ที่ 11 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยมีผู้แทนชุมชนจาก 25 ตำบล 9 อำเภอ ใน 3 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดีเข้าร่วมกว่า 200 คน


ในโอกาสนี้มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมได้แก่ นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายธนาคม จงจิระ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรนราธิวาส และพล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)
นายภาณุ กล่าวว่า ตนอาสาเข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการ ศอ.บต. เพราะเริ่มรับราชการในพื้นที่นี้ ซึ่งตนมีเป้าหมายในการทำงานคือ อยากให้บรรยากาศในพื้นที่กลับไปเหมือนก่อนปี 2547 ที่พี่น้องอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ ไปมาหาสู่กันอย่างสบายใจ ผู้คนจากภายนอกก็สามารถเดินทางมาเยี่ยม หรือมาเที่ยวชมสถานที่ต่างๆโดยไม่ต้องหวาดกลัว อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

อนุกรรมการไทยเข้มแข็ง 5 จังหวัด ตั้งทีมประเมินผลการทำงานภาคประชาชน

ประชุมคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาบ้านและที่ดิน 5 จังหวัดชายแดนใต้ อนุมัติงบประมาณรวม 130,007,167 บาท ครอบคลุม 129 หมู่บ้าน 3,788 ครัวเรือน พร้อมอนุมัติการจัดทำการประเมินผลการแก้ปัญหาบ้านและที่ดินโดยภาคประชาชนเพื่อสร้างการเรียนรู้ เชิญทุกฝ่ายระดมสมองประชาสัมพันธ์การทำงานขององค์กรชุมชน


เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 ห้องประชุมโรงแรมสิงห์โกลด์เด้น เพลส อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คณะอนุกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก จัดประชุมพิจารณาอนุมัติงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่ผู้แทนองค์กรชุมชนนำเสนอ


นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) ในฐานะประธานอนุกรรมการ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งการปรับปรุงที่อยู่เดิม และสร้างใหม่ไปแล้วรวม 467,856,762 บาท 15,295 ครัวเรือน ซึ่งคณะทำงานแต่ละตำบลได้เบิกงบประมาณไปใช้ดำเนินการซ่อมแซม ต่อเติม และสร้างบ้านใหม่เสร็จแล้วจำนวน 229 หลังคาเรือน และอีก 709 หลังคาเรือนอยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ถนนสายอารยธรรม

เมื่อวันเสาร์ปลายเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เรามีโอกาสขับรถผ่านถนน
สายสิงหนคร - สะทิ้งพระ มาครับ

หากใครเคยมีโอกาสผ่านไปบนถนนสายนี้มาบ้างคงจะรับทราบกันว่า
ถนนสายนี้ทอดยาวอยู่บนผืนแผ่นดินที่ถูกขนาบข้างด้วยทะเลสองทะเล

ด้านนอกมีทะเลอ่าวไทยโอบกอดทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา

ขณะที่ลึกเข้าไปด้านใน มีทะเลสาบสงขลาคอยประคบประหงม

ในอดีตแผ่นดินแถบนี้พุทธศาสนาเคยรุ่งเรื่องเป็นอย่างมาก

เพราะฉนั้นไม่แปลกอะไรที่ตลอดสองฟากฝั่งของถนนที่พาดผ่านแผ่นดินแถบนี้ จึงมีวัดวาอารามปลูกสร้างอยู่มากมายกายกองสองรายทาง

อย่างคร่าวๆ ก็น่าจะร่วม 40 - 50 วัด

โดยเฉพาะในเขต อ.สะทิ้งพระ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งเมืองเก่าพัทลุง (ก่อนจะมาอยู่ในเขตการปกครองของสงขลาในปัจจุบัน) นั้น มีวัดเก่าแก่ สร้างชิดติดกัน จนเราทึ่งในศรัทธาที่คนสมัยก่อนมีต่อพุทธศาสนา

วัด - วัด - วัด - วัด - วัด - วัด - วัด - วัด - วัด - วัด - วัด...
อย่าแปลกใจถ้าบังเอิญขับรถผ่านถนนสายอำเภอนี้ แล้วความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้น ทุกๆ ไม่กี่ร้อยเมตรที่รถเคลื่อนผ่าน..... อ่านต่อ คลิ้กที่นี่