จดหมายข่าวขบวนชุมชนสงขลา ฉบับสิงหาคม 2554 Download คลิ้กที่นี่ และติดตามฟังรายการปักษ์ใต้บ้านเรา ทางวิทยุ สวท.สงขลา 90.5 เมกกะเฮิร์ต เวลา 18.00-19.00 น. ทุกวันอังคาร -สวัสดิการชุมชน /ทุกวันพุธ-สภาองค์กรชุมชน


วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เครือข่ายเศรษฐกิจและทุนชุมชน ปักหมุดขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไทย

เครือข่ายขบวนเศรษฐกิจและทุนชุมชน ร่วมสานพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่การปฏิรูปประเทศด้วยทุนชุมชนในทุกภาคส่วน นำพาชีวิต ชุมชน ท้องถิ่น สังคม ไปสู่ความสันติสุขอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เมื่อวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2553 ขบวนเศรษฐกิจและชุนชุมชน 5 ภาค คณะประสานงานเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จัดงานการสัมมนาเชิงวิชาการ “ทุนชุมชนกับการขับเคลื่อนประเทศไทย” ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จังหวัดนนทบุรี โดยมีคณะประสานงานเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชน คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เข้าร่วมงานครั้งนี้ประมาณ 650 คน

นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า ขบวนการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนของขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 5 ภาค ได้ดำเนินการมาในระยะหนึ่งจนเกิดพื้นที่รูปธรรมทั่วทั้งประเทศ และจากการได้ลองผิดลองถูกจากประสบการณ์จริง ทำให้ขบวนองค์กรชุมชนเกิดความแข็งแกร่ง เข้มแข็งขึ้นเป็นลำดับ สามารถสร้างปัจจัยเกื้อหนุนขยายผลไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้ โยงใยเป็นเครือข่ายประสานความร่วมมือชุมชนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน รวมถึงการประสานงานร่วมกับภาคีต่างๆ

สำหรับการจัดเวทีสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วทั้งประเทศได้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ เชื่อมโยง เศรษฐกิจและทุนชุมชน ให้เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการปฏิรูปประเทศไทย ปฎิรูปสังคมไทย
อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สภาองค์กรชุมชน กับบทบาทการฟื้นฟูประเทศจากฐานรากของสังคม

วิดีทัศน์ประกอบการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทย
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สตูล-สงขลาตื่นต้านแผนมัดมือชก-เร่งสร้าง SSB ใช้โมเดล “มาบตาพุด”

เปิดแผนพัฒนาเมกะโปเจกต์ยักษ์ “เซาเทิร์นซีบอร์ด” ที่รัฐกำลังเร่งดันให้เกิด “แลนด์บริดจ์สตูล-สงขลา” ด้วยการเดินหน้าก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา อึ้งหน่วยงานรัฐซิกแซ็กเลี่ยงทำ EIA เพื่อเปิดประตูเมืองรับอุตฯ-ปิโตรเคมีสุดลิ่มภายใต้แนวคิดซอยโครงการให้เป็น ขนาดเล็กแล้วแยกกันทำ และมีการประชาสัมพันธ์ด้านเดียว ล่าสุด ส่ง จนท.สำรวจทรัพย์สินชาวบ้านเพื่อรอการเวนคืนแล้ว ด้านชาวประมงลั่นตายลูกเดียวถ้าไม่มีทะเล และไม่มีที่อยู่เพราะรถไฟรางคู่ผ่ากลางชุมชน แถมด้วยตั้งคลังน้ำมันและนิคมอุตสาหกรรมรวมกว่า 1.5 แสนไร่ ที่เหมือนไล่คนทั้งอำเภอให้นายทุนเข้ากอบโกย

เมื่อวันที่ 2-3 ก.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล และคณะสื่อมวลชน ได้สำรวจพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือ เซาเทิร์นซีบอร์ด (SSB) ซึ่งจะมีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่เป็นส่วนหนึ่งของสะพานเศรษฐกิจ หรือ แลนด์บริดจ์ ในพื้นที่บ้านปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ซึ่งล่าสุด กรมขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีกำลังขอใช้พื้นที่ราว 5,000 ไร่ ต่ออุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อก่อสร้างในปี 2554 โดยระยะแรกใช้งบ 12,000 ล้านบาท ขณะที่โครงการย่อยอื่นๆ มีการเตรียมความพร้อม โดยส่งเจ้าหน้าที่สำรวจพื้นที่ทำสัญลักษณ์เวนคืนที่ดิน ท่ามกลางกระแสการคัดค้านของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง
อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ขบวนชุมชนพัทลุงจับมือ พอช.เดินหน้าขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน

เครือข่ายองค์กรชุมชนพัทลุงจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการสภาองค์กรชุมชน
เมื่อวันที่ 2-3 กรกฎาคม ที่ผ่านมาศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนและภาคีจังหวัดพัทลุงร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฏิบัติการภาคใต้ ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน ณ วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน (มหาวิทยาลัยทักษิณ) ตำบลทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยมีแกนนำองค์กรชุมชนในจังหวัดพัทลุง 60 คนเข้าร่วม

นายแก้ว สังข์ชู ประธานศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนและภาคีจังหวัดพัทลุง ระบุวัตถุประสงค์ในการจัดการสัมมนาครั้งนี้ว่าเพื่อให้ผู้นำองค์กรชุมชนซึ่งดำเนินกิจกรรมการพัฒนาอยู่ในพื้นที่มีความเข้าใจเนื้อหาสาระสำคัญของสภาองค์กรชุมชน เพื่อที่จะไปดำเนินงานส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน และวางแผนงานการขับเคลื่อนในจังหวัดพัทลุง

ด้านนายสุวัฒน์ คงแป้น ผู้ชำนาญการของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฎิบัติการภาคใต้ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ชุมชนและสังคมไทย โดยระบุว่า สังคมไทยถูกรุกจากวัฒนธรรมตะวันตก ทำให้วิถีความเป็นไทย และบริบทของสังคมไทยเปลี่ยน ยิ่งการรุกของกระแสทุนนิยมโลกาภิวัตน์ที่เข้าครอบงำอำนาจทางการเมืองการปกครอง ยิ่งทำให้ชุมชนรากหญ้าสูญสิ้นอำนาจ ดังนั้นสภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการคืนอำนาจให้กับชุมชน ให้สถานะชุมชนในการมีที่ยืน เพื่อร่วมกันคิด กำหนดทิศทางของชุมชน สู่อิสรภาพ เอกภาพ และภราดรภาพ

จากนั้นเป็นการเสวนานำเสนอกรณีพื้นที่ตัวอย่างที่ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่น จากตำบลควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งมีนายประนอบ คงสม ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรู และตำบลคูหาใต้ ซึ่งมีนายสุวรรณ อ่อนรักษ์ ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ และนางชัชชญา ไชยถาวร สมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ โดยมีนายสามารถ สุขบรรจง เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฎิบัติการภาคใต้ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยสาระสำคัญของทั้ง 2 พื้นที่ คือการที่ชุมชนมีสถานการณ์ปัญหาในพื้นที่ ชุมชนพยายามหาทางจัดการตนเอง โดย ตำบลควนรูได้จัดให้มี ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชน หรือ ศอช. ด้านตำบลคูหาใต้มีการจัดตั้งสภาร้อยแปด แต่ก็ยังไม่มีสถานะ และครอบคลุมชุมชนทั้งตำบล จึงได้จดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ซึ่งนับว่ามีบทบาทสำคัญ ทั้งด้านการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบล การสร้างระบบการเมืองสมานฉันท์ รวมทั้งการจัดเวทีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกรณีบริษัทอุตสาหกรรมในพื้นที่

วันที่สองของการสัมมนาเป็นการฝึกอบรมกระบวนการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน โดยนายปาฏิหาริย์ บุญรัตน์ สมาชิกที่ประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล จากจังหวัดสงขลา

ช่วงท้ายของการสัมมนา มีการระดมความคิดเห็น และวางแผนการขับเคลื่อนของขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดพัทลุง โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับสภาองค์กรชุมชนต้นแบบ 1 อำเภอ 1 สภาองค์กรชุมชนตำบล

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อบรม GIS แก้ปัญหาที่ดินรอบเทือกเขาบูโด

พอช.จัดอบรมจีไอเอสแก่ปลัดอำเภอ ผู้แทนชุมชน รอบอุทยานฯบูโด หวังผู้เข้าร่วมอบรมนำความรู้ไปใช้ทำข้อมูลแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างชุมชนกับเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมีศอ.บต.หนุนแก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 1 - 3 กรกฎาคม 2553 สำนักงานปฏิบัติการภาคใต้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช.ภาคใต้ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “สารสนเทศทางภูมิศาสตร์(GIS) และแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ” ให้กับผู้นำองค์กรชุมชนพื้นที่แก้ไขปัญหาที่ดินบูโด-สุไหงปาดี ณ สำนักวิทยการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ อ.เมือง จ.สงขลา

ในโอกาสนี้ คุณสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้ช่วย ผอ. พอช. กล่าวเปิดการฝึกอบรม และนายประมุข ลมุล รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ฝ่ายบริหาร)เข้าเยี่ยมชมการฝึกอบรมครั้งนี้

การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้คุณมิ่งขวัญ ยอดสุวรรณ พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลและสารสนเทศ พอช.เป็นทีมวิทยากรฝึกอบรม เนื้อหาในการฝึกอบรมประกอบด้วย ความรู้พื้นฐานด้านแผนที่ ข้อมูลภูมิศาสตร์ และภูมิศาสตร์สารสนเทศ และ การใช้โปรแกรม ArcView 3.3

วัตถุประสงค์สำคัญในการฝึกอบรมคือ ให้ผู้เข้าร่วมอบรมนำความรู้ที่ได้กลับไปจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่ทำกินของประชาชนที่อยู่โดยรอบเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดีทับซ้อนพื้นที่ทำกินของประชาชน ซึ่ง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้(ศอ.บต.) ให้การสนับสนุนในการแก้ไขปัญหานี้

โดย สมพล โชคดีศรีสวัสดิ์

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ชาวบ้านปากบารา จ.สตูล รวมตัวคัดค้านการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก

ชาวบ้านร่วม 300 คน เดินทางจากปากบารา มาหน้าศาลากลาง จ.สตูล เพื่อหยุดโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราแลนด์บริดด์ นิคมอุตสาหกรรม ต่อผู้ว่าฯ สตูล

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ก.ค. 53 นายอารีย์ ติงหวัง กรรมการสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านภาคใต้ และนาย เหลด เมงไซ กรรมการประมงพื้นบ้านสตูล ร่วมกับพี่น้องประชาชนชาวปากบารา และบ่อเจ็ดลูก จำนวน ร่วม 300 คน ได้เดินทางมามอบหนังสือการคัดค้านการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราต่อนายแพทย์ สำรวม ด่านประชันกุล นายแพทย์สาธารณุข จ.สตูล ซึ่งรักษาการแทนผู้ว่าฯสตูล หน้าศาลากลาง จ.สตูล โดยการเดินทางจากปากบารามาที่หน้าศาลากลาง จ.สตูล ในวันนี้นั้น พี่น้องประชาชนคนปากบาราไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราและนิคมอุตสาหกกรม ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชอาชีวะ การยื่นหนังสือในครั้งนี้ แค่ต้องการผ่านผู้ว่าฯสตูล ไปยังนายกรัฐมนตรีโดยให้เวลา 15 วัน แล้วจะกลับมาร่วมกันที่หน้าศาลากลางสตูลอีกครั้งหนึ่ง โดยการมาจะมาร่วมกันเป็นขบวนใหญ่เพื่อต้องการมาทวงถามถึงความก้าวหน้าของการคัดค้านการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ซึ่งการเดินทางมายื่นหนังสือคัดค้าน ของพี่น้องดังกล่าว ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทุกแขนง พร้อมกันนี้ ได้มีสื่อมวลชนจากส่วนกลางเข้ามาร่วมทำข่าวในพื้นที่ จ.สตูล เป็นจำนวนมาก

นายอารีย์ ติงหวัง กรรมการสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านภาคใต้ สายทรัพยากรธรรมชาติ กล่าว่า การเดินทางจากปากบารามายัง หน้าศาลากลาง จ.สตูล ในวันนี้ นั้น ต้องการยื่นหนังสือการคัดค้านการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราถึง นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธ์ เวชอาชีวะ โดยผ่านทางผู้ว่าฯสตูล เพื่อให้ทำการหยุดโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา โครงการรถไฟ คลังน้ำมันที่บ้านปากบาง และโครงการแลนบิดต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.สตูล โดยเฉพาะ โครงการผุดนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 5 พันไร่ บริเวณ ใกล้ท่าเรือน้ำลึกปากบาราซึ่งชาวบ้านบริเวณดังกล่าวจำนวนนับพันคนต่างไม่พอใจในโครงการดังกล่าวซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นโครงการของจังหวัดหรือรัฐบาลกันแน่ แต่อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านปากบารา ไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนที่จะให้โครงการดังกล่าวผ่าน ดังนั้น จึงได้เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านต่อกรมอุทยานฯ และผู้ว่าฯสตูล ตามลำดับ โดยผ่านถึงนายอภิสิทธ์ เวชอาชีวะ นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าพรรคประชาธิปัติย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิ้กที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แนะองค์กรชุมชนจัดสมัชชาผลักดันวาระสังคม

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2553 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) มีการประชุมระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบล โดย นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ชุมชนท้องถิ่นเป็นรากฐานของสังคมที่ยังอ่อนแอเพราะระบบรวมศูนย์อำนาจรัฐ ควรให้ท้องถิ่นจัดการตนเองทั้งเรื่องคน งาน และอำนาจทุกระดับโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ซึ่งเป็นหน่วยย่อยเข้าถึงดูแลชุมชนดีที่สุด แต่ที่ผ่านมากลับทำตามการเมืองระดับชาติที่ไม่พัฒนา แสวงหาผลประโยชน์ อำนาจ คอรัปชั่น ต้องเปลี่ยนวิธีคิด ทำรากให้เข้มแข็งสู่การปรับปรุงระบบราชการที่อ่อนด้อยและพัฒนาการเมืองใหม่

“บทบาทองค์กรชุมชนต่อการปฏิรูปประเทศ ต้องเริ่มจากทำองค์กรให้ดีและมีข้อเสนอที่ชัดเจนเหมาะสมแล้วค่อยเสนอให้คน อื่นทำ ส่วนสภาองค์กรชุมชนต้องปรับปรุงทั้งเรื่องคน โครงสร้าง เครือข่าย”

อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอแนวคิดปฏิรูปที่เกื้อกูลกันสามแบบ 1.กงล้อสู่ความเจริญสันติสุขที่ต้องเคลื่อนอย่างสมดุลระหว่างความดี-ความ สามารถ-ความสุข 2.สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาโดยใช้พลังเอื้อกันพลังสังคมหรือมวลชน-พลังปัญญา จากภาควิชาการ-พลังอำนาจรัฐ 3.แนวทางสามเส้าสันติวิธีป้องกันแก้ไขความขัดแย้งด้วยกระบวนการดี เช่น การจัดการพูดจา-ทัศนคติดี ทำให้เกิดความรู้สึกเอื้ออำนวยให้เจรจา-สาระดี
“การปฏิรูปประเทศไทยเหมือนการวิ่งมาราธอน ควรทำเลยและต้องทำแบบไม่มีวันจบเพราะสังคมอ่อนด้อยเรื่องความถูกต้องดีงาม แม้วันนี้ระดับชาติจะยังดูมืดมนแต่ระดับท้องถิ่นมีทุนเดิมมากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมากหรือน้อยอย่างไรแต่ขอให้ทำเพราะเป็นภารกิจร่วมกัน”

ด้านข้อเสนอต่อการปฏิรูปประเทศ ส่วนใหญ่เป็นประเด็นเชิงพื้นที่ เช่น การจัดการเรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัย ทรัพยากรธรมชาติ โครงการขนาดใหญ่ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ผลักดันกระบวนการยุติธรรม ปรับระบบราชการ แก้ไขกฎหมาย ส่งเสริมกระบวนการสภาองค์กรชุมชนให้เป็นกำลังหลักในการปฏิรูป
อ่านต่อ คลิ้กที่นี่