จดหมายข่าวขบวนชุมชนสงขลา ฉบับสิงหาคม 2554 Download คลิ้กที่นี่ และติดตามฟังรายการปักษ์ใต้บ้านเรา ทางวิทยุ สวท.สงขลา 90.5 เมกกะเฮิร์ต เวลา 18.00-19.00 น. ทุกวันอังคาร -สวัสดิการชุมชน /ทุกวันพุธ-สภาองค์กรชุมชน


วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย หนึ่งในกระบวนแก้ปัญหาชายแดนใต้

ปัญหาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มิใช่มีเพียงแค่ปัญหาของความรุนแรง ความขัดแย้ง ทางภาษา หรือวัฒนธรรม ยังมีปัญหาที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องการให้รัฐช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วนอีกหลายอย่าง เช่น ความเป็นอยู่ อาชีพ อาหารการกิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และอีกปัจจัยที่เป็นความต้องการของคนในพื้นที่ และทั่วประเทศ คือ บ้านที่อยู่อาศัย

โครงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน โดยชุมชน ที่ทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นโครงการที่ให้ครัวเรือนที่ยากจนที่มีปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย ได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถที่จะขจัดปัญหาที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกินได้

แต่โครงการนี้มีเป้าหมายปัญหาเฉพาะพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในส่วนของที่อยู่อาศัยจำนวนทั้งสิน 100,000 ครัวเรือน ระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ปี 53-55 โดยเฉพาะในปีนี้เป้าหมายในการสร้างที่อยู่อาศัยตั้งไว้ที่จำนวน 24,000 ครัวเรือน

นราธิวาส เป็นจังหวัดที่ได้รับการนำเสนอจากสื่อเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับโครงการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ทาง พอช. รับผิดชอบ นายอารีย์ เจ๊ะโซ๊ะ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พอช. จังหวัดนราธิวาส ได้บอกเล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการว่า

เราเห็นปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่โดยเฉพาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ มันเป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญที่สุด การที่จะมีบ้านสักหลังโดยเฉพาะคนยากคนจนมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เราเลยผลักดันโครงการนี้ไปยังรัฐบาล ซึ่งเราดูจากโครงการของรัฐบาลแต่ละโครงการที่ลงมาเป็นเรื่องของการประกอบอาชีพเป็นส่วนใหญ่ แต่ส่วนที่ยกระดับคุณภาพชีวิตยังมีน้อย....
อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

ตรัง..ลงพื้นที่ร่วมกันเรียนรู้ สู่การพัฒนาหลักสูตรพัฒนาวิทยากรชุมชน ที่กระบี่

เมื่อวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2553 คณะทำงานพัฒนาชุมชนอย่างประณีตจังหวัดตรัง ซึ่งประกอบด้วย ผู้นำเครือข่ายองค์กรชุมชน ตัวแทนภาคประชาสังคม และตัวแทนหน่วยงาน อาทิ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน สำนักงานเกษตรจังหวัด ธกส. ตัวแทนท้องถิ่น สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ร่วมดูงานพื้นที่จัดการตนเองที่ตำบลตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ โดยมีผู้นำเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดกระบี่และ นากยก อบต.ตลิ่งชันให้การต้อนรับ และบรรยาย

ในการนี้คณะทำงานฯ จังหวัดตรังได้มีการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและยกร่างหลักสูตรการพัฒนาวิทยากรกระบวนการชุมชน เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาชุมชน รวมทั้งได้กำหนดแผนการดำเนินงานในระดับพื้นที่

ภาพบรรยากาศ
ณ ห้องประชุม อบต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ..หลังจากฟังกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดกระบี่ มีการถกเพื่อปรับจูนความเข้าใจระหว่างกัน ระหว่าง ภาคประชาชน หน่วยงาน และภาคประชาสังคม

ประเด็นที่ถกกันคือ .. เป้าหมายของการพัฒนา .. ความหมายของชุมชนเข้มแข็ง ..บทบาทของแต่ละภาคส่วน และบทเรียนการทำงานร่วมกันที่ผ่านมา
ค่ำวันที่ 23 ก.ค. ณ ร้านอาหารริมเลซีฟูด หลังอาหารเย็น และหลังจากที่ถกกันพอสมควร มีการแบ่งกลุ่มย่อยกันระดมความคิดเห็น ถกกันอย่างออกรสชาด

และก็มีการนำเสนอผลกลุ่มย่อย ได้เนื้อหาที่น่าพอใจ...ก่อนจะประมวล และระดมเพิ่มเติมในวันรุ่งขึ้น.

วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เปิดค่ายยุวชนธรรมาธิปไตยรักษ์สิ่งแวดล้อมชุมชนหัวเขา

ศูนย์บูรณาการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดค่ายยุวชนธรรมาธิปไตยรักษ์สิ่งแวดล้อมชุมชนหัวเขา เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนรักถิ่นและร่วมพัฒนาธรรมาธิปไตยชุมชน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2553 เวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนบ้านหัวเขา หมู่ที่ 6 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา พลตรี กิตติพันธ์ นพวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้(ศพชต.) เป็นประธานเปิดค่ายยุวชนธรรมาธิปไตยรักษ์สิ่งแวดล้อมชุมชนหัวเขา ซึ่งศูนย์บูรณาการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับศูนย์ศึกษาและพัฒนาธรรมาธิปไตย เครือข่ายผู้นำเยาวชนภาคใต้และโรงเรียนบ้านหัวเขา จัดขึ้น เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกรักถิ่นและร่วมพัฒนาธรรมาธิปไตยชุมชน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับเด็กและเยาวชนในตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยให้เด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง คุณครูและสมาชิกชุมชน มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เขื่อนนาปรัง-ท่วมอุทยานเขาน้ำค้าง-ท่วมบ้านนาปรัง สงขลา เพื่อแผนพัฒนาภาคใต้

โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านนาปรัง หมู่ที่ 1 ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ซึ่งมีพื้นที่บางส่วนกว่า 2,000 ไร่ จะท่วมเขตอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง และอีกไม่ต่ำกว่า 2,000 ไร่ ท่วมที่ดินทำกินของชาวบ้านนาปรัง ปรากฏเป็นข่าวดังขึ้นมาเพราะเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 มีตัวแทนชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าไม้และคัดค้านการสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านนาปรังกว่า 70 คน เดินทางไปยังสำนักงานชลประทานที่ 16 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถือป้าย “ชาวนาปรังไม่ต้องการอ่างเก็บน้ำ” “โปรดช่วยกันรักษาอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง”คนตำบลคลองกวาง โดยเฉพาะชาวบ้านนาปรังมีความเห็นอย่างไรต่อโครงการนี้ โปรดติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้โดยพลัน อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กรณ์ จาติกวนิช บอกไม่เอาอุตสาหกรรมมาแทนที่การท่องเที่ยวในภาคใต้

เราจะได้ยินได้ฟังข่าวทุกๆ ปีว่า ชาวนาประท้วงเพราะราคาข้าวตกต่ำ อ้อยขายไม่ออก ข้าวโพดถูกกดราคา มันสำปะหลังไม่ประกันราคาตามที่รับปาก ฯลฯ คนไทยส่วนใหญ่พึ่งพาภาคเกษตรไม่ว่าจะเป็นนา สวน พืชไร่ หรือประมง ทุกฤดูกาลขายผลผลิต พวกเขาต้องเผชิญชะตากรรมราคาผลผลิตตกต่ำ ไม่แน่นอน รัฐบาลก็จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อพวกเขาออกมาชุมนุมเรียกร้อง เอาพืชผลมาเทกองอยู่บนท้องถนน ข่าวเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกปี

นอกจากรัฐเพิกเฉยไม่ดูแลเท่าที่ควรแล้วยังมีนโยบายทำลายการพึ่งตนเองของชุมชน ทำลายฐานทรัพยากรในรูปของโครงการพัฒนาต่างๆ เช่น โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก โครงการเขื่อนกันทรายและเขื่อนกันคลื่น ที่ส่งผลกระทบกับชายหาดและอาชีพประมง การสร้างเขื่อนที่ส่งผลต่อภาคการเกษตร การทำเหมืองแร่ เช่น เหมืองโปรแตชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จะส่งผลกับชาวนาในวงกว้าง ทำให้เกษตรกรสูญเสียที่ทำกิน เมื่อความอุดมสมบูรณ์ของฐานทรัพยากรถูกทำลาย ก็ผลักดันให้คนชนบทต้องบ่ายหน้าเข้าสู่โรงงาน ผจญชีวิตในเมือง

เรื่องราวที่เกษตรกรต้องกลายมาเป็นสาวโรงงานเหล่านี้ล้วนเป็นผลจากนโยบายรัฐที่สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยอาศัยคำพูดเดียวที่เราไม่กล้าเถียงว่า "มันคือการพัฒนาประเทศ"
อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เครือข่ายติดตามแผนฯ สตูล แถลงโต้ รัฐมนตรี "อย่าทำตัวเป็นศรีธนนชัย"

เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูลแถลงโต้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม อย่าทำตัวเป็น ศรีธนนชัย กรณีท่าเทียบเรือปากบารา

วันที่ 18 กรกฎคม 2553 ที่ศาลาประชุมหมู่ที่ 8 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูลเปิดแถลงข่าวโต้ เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม อย่าทำตัวเป็น ศรีธนนชัย

โดยนายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี คณะทำงานเครือข่ายฯ กล่าวว่า “จากกรณีที่นายเกื้อกูล รมช.คมนาคม แถลงผ่านสื่อมวลชนว่า ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ตามข่าวหลายๆสำนัก ระบุว่า “ห่วงว่าประชาชนได้รับข้อมูลไม่ถูกต้องจากกลุ่มต่อต้านโครงการ ทั้งยืนยันว่าโครงการนี้จะไม่ระเบิดภูเขา โครงการนี้ไม่ใช้พื้นที่ทำปิโตรเคมีหรืออุตสาหกรรมหนัก และจะเร่งทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่ ภายในเดือนสิงหาคม นี้ ” นายวิโชคศักดิ์กล่าวว่า ประเด็นนี้ชัดเจนว่าโครงการก่อสร้างท่าเรืออุตสาหกรรมปากบาราจะไม่ระเบิดภูเขาเอง จะไม่ทำอุตสาหกรรมปิโตรเคมี หรืออุตสาหกรรมเองอยู่แล้ว เพราะหน่วยงานอื่นๆเป็นผู้รับผิดชอบ เจ้าของโครงการท่าเรือแค่ไปซื้อหินมาถมทะเลเท่านั้น ไม่ได้ระเบิดเอง สรุปคือต้องใช้หินภูเขาอยู่ดี ส่วนอุตสาหกรรมหนักหน่วยงานอื่นเป็นคนรับผิดชอบ สรุปคืออาจเกิดขึ้นก็ได้ หรือถ้าไม่มีแหล่งผลิตสินค้าในพื้นที่เองด้วย นายกรัฐมนตรี ก็เคยบอกว่าไม่คุ้มทุน ไม่ควรสร้าง นายเกื้อกูลจะชี้แจงอย่างไร

ทั้งข้อมูลที่เครือข่ายฯใช้ในการให้ข้อมูลชาวบ้านก็ได้จาก สนข. กระทรวงคมนาคม และรายงานการวิเคระห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของกรมเจ้าท่าฯ เอง ถ้าเป็นข้อมูลไม่เป็นจริง ที่นายเกื้อกูลเข้าใจ กระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรีก็ต้องยกเลิก จะเอามาเป็นฐานข้อมูลใช้อนุมัติโครงการได้อย่างไร
ทั้งยังบอกว่าจะเร่งให้ข้อมูลประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจโครงการ อยากถามว่า นายเกื้อกูล และ ครม.เศรษฐกิจ ยอมรับว่าประชาชนคนสตูลยังไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องใช่หรือไม่ ถ้าใช่ แสดงว่าก่อนหน้านี้ ข้อมูลที่ว่า คนสตูลเข้าใจ และเห็นด้วยกับโครงการนี้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้คณะรัฐมนตรีตัดสินใจอนุมัติโครงการก็เป็นข้อมูลเท็จ

นอกจากนั้น นายสมบูรณ์ คำแหง ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ กล่าวเสริมว่า เครือข่ายจะประสานงานกับองค์กรต่างๆเพื่อตั้งทีม ทนายความของเครือข่ายขึ้น หากมีการอนุมัติโครงการโดยมิชอบตามรัฐธรรมนูญ กระทบต่อประชาชน เครือข่ายก็พร้อมจะฟ้องร้องต่อศาลต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

รักษ์ป่าต้นน้ำทุ่งนุ้ย

บ่าวนุ้ย ณ คอดี้

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 15 ก.ค. ที่ผานมา มีโอกาสได้ไปร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ป่าต้นน้ำทุ่งนุ้ย บริเวณบ่อน้ำร้อน ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมป่าต้นน้ำทุ่งนุ้ย ร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลทุ่งนุ้ย ร่วมกันจัดขึ้น โดยการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดวัน

ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนและคนรุ่นใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน ประกอบด้วย นักเรียน จาก 5 โรงเรียนในละแวกไกล้เคียง หน่วยงานต่างๆ ทั้งใน อ.ควนกาหลง และจังหวัดสตูล ผู้นำองค์กรชุมชน ผู้นำศาสนา และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น

สำหรับกิจกรรมในงานประกอบด้วยการเสวนาแนวทางการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำทุ่งนุ้ย , การละเล่นของนักเรียน ,การปลูกต้นไม้ , การแสดงดนตรีของศิลปินเพื่อชีวิตท้องถิ่น ท่ามกลางบรรยากาศอันชื่นมื่น และชุมฉ่ำ โดยในช่วงท้าย มีนายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลเดินทางเข้ามาร่วมงานด้วย นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดี ๆ ของชุมชนครับ.