จดหมายข่าวขบวนชุมชนสงขลา ฉบับสิงหาคม 2554 Download คลิ้กที่นี่ และติดตามฟังรายการปักษ์ใต้บ้านเรา ทางวิทยุ สวท.สงขลา 90.5 เมกกะเฮิร์ต เวลา 18.00-19.00 น. ทุกวันอังคาร -สวัสดิการชุมชน /ทุกวันพุธ-สภาองค์กรชุมชน


วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ประชุมเลขาสภาฯโซนเมือง


7 สิงหาคม 2554 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมโรงเรียนสมานคุณวิทยาทาน อ.หาดใหญ่ มีการประชุมเลขานุการของสภาองค์กรชุมชนโซนเมือง ซึ่งประกอบด้วยสภาองค์กรชุมชนในเขตพื้นที่ อ.เมือง อ.หาดใหญ่ อ.นาหม่อม และ อ.สะเดา เพื่อหารือแนวทางการสนับสนุนงานของสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่ และทำความเข้าใจร่วมเรื่องระบบฐานข้อมูลชุมชน

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เครือข่ายที่ดินสงขลา และสภาฯนาหมอศรี มอบเงินสมทบทุนสู้คดีเขาคูหา

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 ที่สถานีบริการวิชาการชุมชนจะนะ (ศูนย์อาหาร มอ.) อ.จะนะ เครือข่ายชุมชนแก้ไขปัญหาที่ดินจังหวัดสงขลานัดประชุมประจำเดือนสิงหาคม เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงาน และติดตามผลการดำเนินงานของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งกำหนดแผนงานร่วมกัน โดยมีแผนงานที่สำคัญ คือการกำหนดวันลงพื้นที่เพื่อประชุมหารือร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในตำบลเขาแดง อ.สะบ้าย้อย ตำบลวังใหญ่ อ.เทพา และตำบลคลองกวาง อ.นาทวี นอกจากนี้ยังมีแผนการอบรมการทำแผนที่ผังแปลงด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (GIS) ของตำบลเขาพระ อ.รัตภูมิ และตำบลบาโหย อ.สะบ้าย้อย ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้

โดยในวันนี้ ที่ประชุมยังได้หยิบยกกรณีที่แกนนำชุมชนตำบลคูหาใต้ ในนามเครือข่ายสิทธิชุมชนเขาคูหาถูกบริษัท พีรพลมายนิ่ง จำกัด ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นขอต่อสัมปทานบัตรระเบิดภูเขาคูหา ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากแกนนำ 9 คน จำนวนเงิน 64,740,485 บาท โดยศาลจังหวัดสงขลานัดสืบพยานโจทก์นักแรกในวันที่ 29 สิงหาคม 2554 นั้น ที่ประชุมเห็นควรให้มีการสบทบทุนเพื่อช่วยเหลือด้านคดีของพี่น้องคูหาใต้ โดยมอบผ่านนายบรรจง ทองเอื่อย 1 ใน 9 แกนนำที่ถูกฟ้อง นอกจากนี้ ทางตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบลนาหมอศรี อ.นาทวี ก็ได้มอบเงินสมทบอีกจำนวนหนึ่งด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ขบวนชุมชนสงขลาพัฒนาศักยภาพกองเลขาเพื่อสนับสนุนงานชุมชน

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ห้องฝึกอบรมโรงเรียนชุมชนบ้านควนมีด ตำบลคลองเปี๊ยะ อ.จะนะ เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล จังหวัดสงขลา จัดการสัมมนากองเลขาของเครือข่ายชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมในงานพัฒนาภาคชุมชน และพัฒนาเทคนิคระบบงานสนับสนุนชุมชน อาทิ ระบบเอกสาร การเตรียมการประชุม ระบบการสื่อสาร เป็นต้น โดยมี เกศินี คิ้วนาง สามารถ สุขบรรจง จาก พอช. และ ศิริพล สัจจาพันธ์ ที่ปรึกษาขบวนชุมชนสงขลา ร่วมเป็นวิทยากร

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เด็กๆ ลายหอยเสียบ ทวงคืนที่ดินว่ะกัฟ

เด็กๆลูกหลานคนลานหอยเสียบ อ.จะนะ จ.สงขลา จัดกิจกรรมเรียนรู้ชุมชน และขอทวงคืนที่ดินว่ะกัฟ ซึ่งเป็นที่ดินทางศาสนาอิสล​าม ที่ ปตท.ยึดไปก่อสร้างโครงการท่​อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มา​เลเชีย (จาก Face book ของพี่หวอด ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้)


ชาวบ้าน "เขาคูหา" ยินดีกับคำพิพากษาศาลแขวง ทีให้บริษัทระเบิดหินชดใช้ค่าเสียหาย

ชาวเขาคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ได้เฮ!! เมื่อศาลแขวงสงขลาได้อ่านคำพิพากษาระบุชัด ให้ “บริษัท พีรพลมายนิ่ง จำกัด” ที่ประกอบการระเบิดหินในพื้นที่และสร้างผลกระทบต่อชุมชนมานานต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลแขวงสงขลาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 588/2553 ระหว่างฝ่ายโจทก์ ประกอบด้วย นางเรณู แสงสุวรรณ ที่ 1, นางวรรณี พรหมคง ที่ 2, นางเอื้ออารีย์ มีบุญ ที่ 3 และนางราตรี มณีรัตน์ ที่ 4 ส่วนฝ่ายจำเลย ได้แก่ บริษัท พีรพลมายนิ่ง จำกัด โดยศาลอ่านคำพิพากษามีใจความโดยสรุปว่า

การประกอบกิจการของบริษัทจำเลย ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่ แม้จำเลยจะอ้างว่าตนเองได้ประกอบกิจการภายใต้การอนุญาตและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ก็ไม่ได้นำสืบว่ามีการประกอบกิจการระเบิดหินในลักษณะใดที่ว่าเป็นไปตามมาตรฐาน อีกทั้งจำเลยเองได้เคยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสี่มาก่อนแล้วที่จะมีการฟ้องคดี ย่อมแสดงว่า การประกอบกิจการของจำเลยส่งผลกระทบต่อโจทก์ทั้งสี่ ถือเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสี่ จำเลยมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่า ตนได้ปฏิบัติตามกฎหมาย และไม่ประมาทเลินเล่อ แต่จำเลยก็ไม่ได้นำสืบ ส่วนโจทก์นำสืบให้เห็นว่า จำเลยได้เคยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์มาก่อน จึงต้องฟังว่า จำเลยกระทำการโดยประมาทเลินเล่อ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ศาลชี้ “กรมเจ้าท่า” สร้างเขื่อนกันทราย-คลื่นสงขลาผิด กฏหมาย สั่งให้ทำ EIA ใหม่ภายใน 60 วัน

ศาลปกครองสงขลาพิพากษาคดีชาวบ้านสะกอม และเจ้าของรีสอร์ต ฟ้องกรมเจ้าท่า 2 คดี จากผลกระทบในการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่น แล้วทำให้ชายหาดถูกกัดเซาะ ทรัพย์สินเสียหาย และชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์ทั้งบนบก-ทะเลได้ดังเดิม ชี้ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในขั้นตอนและวิธีการ สั่งกรมเจ้าท่าทำ EIA ภายใน 60 วัน และหากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามที่ฟ้องแล้วให้แก้ไขภายใน 30 วัน ด้านชาวบ้านเตรียมอุทธรณ์ ขอผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นและให้ศาลประเมินความเสียหายแก่ชาวบ้าน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 กรกฏาคมที่ผ่านมา ศาลปกครองสงขลาได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 15-16/2551 ท่ามกลางการรับผู้ฟ้อง ชาวบ้าน ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา นักวิชาการ ในขณะที่กรมเจ้าท่านั้นมิได้ส่งตัวแทนมาในวันนี้

สืบเนื่องจากในปี 2540-2541 กรมเจ้าท่า หรือกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีในชื่อเดิมได้ทำการก่อสร้างเขื่อนกั้นทรายปากคลองสะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา และสร้างเขื่อนกันคลื่นจำนวน 6 ตัว เพื่อมิให้ตะกอนทับถมบริเวณร่องน้ำปากคลองสะกอม และไม่ต้องขุดลอกคลองทุกปี แต่กลับเป็นการรุกล้ำชายฝั่งทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งของบ้านบ่อโชนกว่า 80 เมตรเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร และยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดการกัดเซาะลง อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

ภาคีความร่วมมือพัฒนาศักยภาพชุมชนคาบสมุทรสทิงพระ ลงพื้นที่ท่าหิน

เมื่อบ่ายวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 ณ ที่ทำการสภาองค์กรชุมชนตำบลท่าหิน ภาคีเครือข่ายภายใต้โครงการความร่วมมือพัฒนาศักยภาพชุมชนคาบสมุทรสทิงพระนำร่องสู่ชุมชนจัดการตนเอง นำโดยนายสุรพล พนัสอำพล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนหน่วยงาน อาทิ พมจ.สงขลา พอช.ภาคใต้ หน่วยงานราชการในพื้นที่อำเภอสทิงพระ รวมทั้งคณะทำงานจากเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา โดยมีชาวบ้าน ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ แกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบลท่าหินและแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล ในอำเภอสทิงพระเข้าร่วมแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้สืบเนื่องจากการที่เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดสงขลา ร่วมกับสำนักงานจังหวัดสงขลา นำโดยรองผู้ว่าฯสุรพล พนัสอำพล รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมกันจัดทำโครงการความร่วมมือพัฒนาศักยภาพชุมชนคาบสมุทรสทิงพระนำร่องสู่ชุมชนจัดการตนเอง ภายใต้การสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 25 ตำบล ในพื้นที่อำเภอสิงหนคร สทิงพระ ระโนด และกระแสสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ๆอยู่บนคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้นำ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลชุมชน การจัดทำแผนพัฒนาตำบลอย่างมีส่วนร่วม การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทั้งระดับครัวเรือน และชุมชน การขยายผลกิจกรรมต่างๆ อาทิ พลังงานชุมชน ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน รวมทั้งการถอดบทเรียน และชุดความรู้ โดยในช่วงที่ผ่านมา คณะทำงานชุดต่างๆ ได้ลงพื้นที่ในระดับหมู่บ้านและตำบล เพื่อจัดกระบวนการพัฒนา โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากภาคส่วนต่างๆในพื้นที่

การลงในพื้นที่อย่างเต็มคณะในครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานพัฒนาของภาคส่วนต่างๆ ทั้งจากคณะทำงานฯ ฝ่ายองค์กรชุมชน ส่วนราชการ รวมทั้งการนำเสนอข้อเสนอของชุมชน ต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัด และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา

ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งเวที คณะทำงานฯ ด้านการพัฒนาผู้นำ ได้มีการประชุมยกร่างหลักสูตรการพัฒนาผู้นำ โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย กรรมการหมู่บ้าน สมาชิกสภาองค์กรชุมชน ทั้ง 25 ตำบลในสี่อำเภอของคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งในรุ่นแรกจะเป็นผู้นำใน 6 ตำบลของอำเภอสิงหนคร สำหรับเนื้อหาหลักสูตรประกอบด้วย บทบาทของกรรมการหมู่บ้าน การจัดการตนเองโดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก กระบวนการทำแผนชุมชน และเทคนิคการจัดการประชุมแบบมีส่วนร่วม โดยกำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ในระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2554 ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านนาปาบ ต.คูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะทำงาน ได้พักค้างแรมในชุมชนท่าหิน โดยเช้าวันรุ่งขึ้นทางรองผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะทำงานได้ออกเยี่ยมพี่น้องชุมชนท่าหิน และนอกจากนี้ทางผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิได้นำพันธุ์ต้นเคี่ยม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตน้ำตาลโตนด ซึ่งเป็นอาชีพหลักอีกอย่างหนึ่งของชาวท่าหิน มามอบให้กับผู้แทนชุมชนท่าหินด้วย