โดยมีชาวบ้านตำบลคูหาใต้ที่ได้รับผลกระทบ ผู้ประกอบการเหมืองหินและผู้สนใจ รวมทั้งเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดสงขลา ตัวแทนหน่วยงานทั้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลคูหาใต้ อุตสาหกรรมจังหวัด พลังงานจังหวัด สาธารณสุข นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยทักษิณ มอ.หาดใหญ่ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)เข้าร่วมประชุมกว่า 150 คน
ทั้งนี้ สภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ อาศัยอำนาจตามความใน พรบ.สภาองค์กรชุมชน มาตรา 21(6) ซึ่งได้ให้มีภารกิจ ในการจัดให้มีเวทีการปรึกษาหารือกันของประชาชนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนที่มีผลหรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติสุขภาพอนามัยคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการหรือเป็นผู้อนุญาตให้ภาคเอกชนดำเนินการดังกล่าวต้องนำความเห็นดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วย
นายปาฎิหาริย์ บุญรัตน์ ผู้นำสภาองค์กรชุมชนฯ ระบุว่า การทำเหมืองหินเขาคูหาได้สร้างผลกระทบต่อชุมชนมายาวนานกว่า 20 ปีจนมีการประท้วงเกิดขึ้นเป็นระยะตั้งแต่สร้างความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีผลกระทบต่อสุขภาพกาย สภาพจิตใจ สังคม และจิตวิญญานส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินและการเกษตรมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างแท้จริง
นางสุดา วรรณจาโร ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ เผยว่า “โดยส่วนตัวไม่อยากเห็นคนในตำบลทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย รวมทั้งไม่อยากให้เขาควนรูหายไป ทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ ทำอย่างไรถึงจะพบกันครึ่งทางได้ ที่ผ่านมาสภาฯ คูหาใต้ ได้เปิดเวทีหารือกันขึ้นหลายครั้ง นับถึงเวทีนี้คิดว่าชาวบ้านได้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น ได้รับรู้ถึงข้อมูลของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญก็คือ ภาคีทุกภาคส่วนเริ่มเห็นคุณค่าของการพูดคุยปรึกษาหารือ และเริ่มยอมรับบทบาทสภาองค์กรชุมชนตำบลมากขึ้น”
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นด้วยกับแนวทางการหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาพูดคุยกัน และรับฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วน โดยใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ เป็นเวทีในการพูดคุย แลกเปลี่ยน สร้างความเข้าใจ และร่วมกันตัดสินใจ ซึ่งจะนัดประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง โดยให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกลับไปทำข้อมูลของแต่ละฝ่าย และกลับมานำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป
รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน รายงาน