จดหมายข่าวขบวนชุมชนสงขลา ฉบับสิงหาคม 2554 Download คลิ้กที่นี่ และติดตามฟังรายการปักษ์ใต้บ้านเรา ทางวิทยุ สวท.สงขลา 90.5 เมกกะเฮิร์ต เวลา 18.00-19.00 น. ทุกวันอังคาร -สวัสดิการชุมชน /ทุกวันพุธ-สภาองค์กรชุมชน


วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

สภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ เปิดเวทีถกปัญหาเหมืองหินเขาคูหา

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2553 เวลา 9.00 น. ที่โรงเรียนมัธยมสิริวรรณวรี 2 ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตนภูมิ จังหวัดสงขลา สภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆจัดเวทีปรึกษาหารือกันของประชาชน ประเด็นเหมืองหินเขาคูหาสืบเนื่องจากการคัดค้านกรณีการต่ออายุประทานบัตรเหมืองหินเขาคูหา ของบริษัทบริษัทพีรพลมายนิ่ง จำกัด และบริษัท แคลเซียมไทย จำกัด

โดยมีชาวบ้านตำบลคูหาใต้ที่ได้รับผลกระทบ ผู้ประกอบการเหมืองหินและผู้สนใจ รวมทั้งเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดสงขลา ตัวแทนหน่วยงานทั้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลคูหาใต้ อุตสาหกรรมจังหวัด พลังงานจังหวัด สาธารณสุข นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยทักษิณ มอ.หาดใหญ่ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)เข้าร่วมประชุมกว่า 150 คน


ทั้งนี้ สภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ อาศัยอำนาจตามความใน พรบ.สภาองค์กรชุมชน มาตรา 21(6) ซึ่งได้ให้มีภารกิจ ในการจัดให้มีเวทีการปรึกษาหารือกันของประชาชนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนที่มีผลหรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติสุขภาพอนามัยคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการหรือเป็นผู้อนุญาตให้ภาคเอกชนดำเนินการดังกล่าวต้องนำความเห็นดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วย

นายปาฎิหาริย์ บุญรัตน์ ผู้นำสภาองค์กรชุมชนฯ ระบุว่า การทำเหมืองหินเขาคูหาได้สร้างผลกระทบต่อชุมชนมายาวนานกว่า 20 ปีจนมีการประท้วงเกิดขึ้นเป็นระยะตั้งแต่สร้างความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีผลกระทบต่อสุขภาพกาย สภาพจิตใจ สังคม และจิตวิญญานส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินและการเกษตรมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างแท้จริง

นางสุดา วรรณจาโร ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ เผยว่า “โดยส่วนตัวไม่อยากเห็นคนในตำบลทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย รวมทั้งไม่อยากให้เขาควนรูหายไป ทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ ทำอย่างไรถึงจะพบกันครึ่งทางได้ ที่ผ่านมาสภาฯ คูหาใต้ ได้เปิดเวทีหารือกันขึ้นหลายครั้ง นับถึงเวทีนี้คิดว่าชาวบ้านได้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น ได้รับรู้ถึงข้อมูลของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญก็คือ ภาคีทุกภาคส่วนเริ่มเห็นคุณค่าของการพูดคุยปรึกษาหารือ และเริ่มยอมรับบทบาทสภาองค์กรชุมชนตำบลมากขึ้น”

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นด้วยกับแนวทางการหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาพูดคุยกัน และรับฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วน โดยใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ เป็นเวทีในการพูดคุย แลกเปลี่ยน สร้างความเข้าใจ และร่วมกันตัดสินใจ ซึ่งจะนัดประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง โดยให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกลับไปทำข้อมูลของแต่ละฝ่าย และกลับมานำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป

รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน รายงาน

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553

สุขสันต์วันสงกรานต์

สงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ จึงมีการเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ คำว่าตรุษเป็นภาษาทมิฬ แปลว่าการสิ้นปี

ตามหลักแล้วเทศกาลสงกรานต์ถูกกำหนดตามการคำนวณโดยหลักเกณฑ์ในคัมภีร์สุริยยาตร์ โดยวันแรกของเทศกาลซึ่งเป็นวันที่พระอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีเมษ (ย้ายจากราศีมีนไปราศีเมษ) เรียกว่า "วันมหาสงกรานต์" วันถัดมาเรียกว่า "วันเนา" และวันสุดท้ายซึ่งเป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชและเริ่มใช้กาลโยคประจำปีใหม่ เรียกว่า "วันเถลิงศก" จากหลักการข้างต้นนี้ ทำให้ปัจจุบันเทศกาลสงกรานต์มักตรงกับวันที่ 14-16 เมษายน (ยกเว้นบางปี เช่น พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2555 ที่สงกรานต์กลับมาตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน) อย่างไรก็ตาม ปฏิทินไทยในขณะนี้กำหนดให้เทศกาลสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี และเป็นวันหยุดราชการ

พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อไป ในความเชื่อดั้งเดิมใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ในชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยเกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีเดิมมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข

ปัจจุบันมีพัฒนาการและมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น "Water Festival" เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่นน้ำ

การที่สังคมเปลี่ยนไป มีการเคลื่อนย้ายที่อยู่เข้าสู่เมืองใหญ่ และถือวันสงกรานต์เป็นวัน "กลับบ้าน" ทำให้การจราจรคับคั่งในช่วงวันก่อนสงกรานต์ วันแรกของเทศกาล และวันสุดท้ายของเทศกาล เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของสังคม นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งต่อคนไทย และต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

โครงการซ่อมสร้างบ้านสร้างคนพัฒนาชุมชน


คณะทำงานระดับตำบลสงขลา 18 แห่งใน 5 อำเภอ ร่วมเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการที่ดี ชาวจะนะเผยแม้ว่าชาวบ้านจะบริหารจัดการผิดพลาด แต่ก็เป็นโครงการที่ข้อมูลถูกต้อง คนจนในชุมชนได้รับความช่วยเหลือ ตรงความต้องการของชาวบ้าน สร้างความร่วมมือกับฝ่ายอำเภอในการพัฒนาชุมชน

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 ห้องประชุมวิทยาลัยอาชีวะสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนเป็นหลัก จ.สงขลา จัดเวทีสร้างความเข้าใจแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณไทยเข้มแข็ง ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก โดยมีผู้แทนชุมชนระดับตำบลเข้าร่วมจจำนวน 153 คน จาก 18 ตำบล ใน 5 อำเภอ
วัตถุประสงค์ในการจัดเวทีครั้งนี้ เพื่อเป็นการทำคามเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง การจัดการเอกสารทางการเงิน การจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย การจัดการด้านหลักฐานทางการเงิน ตลอดจนการทำความเข้าใจหลักการดำเนินงานของโครงการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงาน เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงต่อประชาชนที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัย

นางมณี หลำโส๊ะ หมู่ที่ 4 บ้านปากบาง ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา กล่าวว่า สำหรับชาวบ้านโครงการนี้เป็นโครงการแรกที่ให้ชาวบ้านได้บริหารจัดการเอง ซึ่งหลายพื้นที่มีปัญหาในการดำเนินงาน ซึ่งโครงการนี้ไม่เหมือนกับโครงการอื่นที่ฝ่ายราชการมาทำให้ชาวบ้าน แต่ก็สร้างปัญหาให้ชาวบ้าน เช่น ฝ่ายราชการเอาเป็ด ไก่ มาให้เราที่เป็นชาวประมง ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการของชาวบ้าน หรือหลายโครงการต้องการให้คนจนในหมู่บ้าน แต่คนที่ได้รับสิ่งของจริงกลับเป็นคนมีฐานะในชุมชน นั่นคือราชการทำข้อมูลผิดพลาด
แม้ว่าโครงการนี้จะสร้างปัญหา สร้างความยุ่งยากให้ชาวบ้าน แต่ก็มีประโยชน์มากกว่า เพราะเราชาวบ้านทำข้อมูลเอง และสามารถตรวจสอบข้อมูลด้วย เพราะเราจะรู้ว่าใครเป็นใครในชุมชน แล้วทำให้ชาวบ้านได้รู้ปัญหาของชุมชน ได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหาของชุมชน เรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการงบประมาณ
“ที่สำคัญของการของพอช.จะช่วยดึงให้ฝ่ายราชการมาร่วมกับชาวบ้านด้วย เช่น ให้ปลัดอำเภอมาร่วมเป็นกรรมการตรวจงาน ซึ่งต่อไปก็จะพัฒนาเป็นภาคีความร่วมมือในการทำงานพัฒนาชุมชนเรื่องอื่นต่อไป”นางมณี กล่าว.

จาก http://www.souththai.org

วันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553

คณะทำงานที่อยู่อาศัยจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ กรณีร้องขอความช่วยเหลือสร้างที่อยู่อาศัย

เมื่อวันอังคาร ที่ 6 เมษายน 2553 คณะทำงานโครงการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน จังหวัดนราธิวาส โดย นายมะรอฟี ลอตันหยง,นายธีรวัฒน์ มะกูซง และ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียน ครัวเรือน นางมาซีเต๊าะ ตาเล๊ะ ตามหนังสือขอความช่วยเหลือสร้างที่อยู่อาศัย ผ่านศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดนราธิวาส พบว่านางมาซีเต๊าะ ตาเละ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 255 หมู่ที่ 10 บ้านคีรี ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส มีสมาชิกครอบครัว 7 คน สามีเป็นผู้พิการทางสายตาไม่สามารถประกอบอาชีพได้ จึงเป็นเหตุให้นางมาซีเต๊าะ ทำหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัวเพียงผู้เดียว ครัวเรือนมีฐานะยากจน สภาพบ้านวัสดุไม่คงทน คับแคบและทรุดโทรม ครัวเรือนนี้อยู่ในพื้นที่เป้าหมายหมู่บ้านยากจน (บัญชีหมู่บ้านพัฒนาเร่งด่วน 696) คณะทำงานฯ ระดับตำบล กำลังดำเนินการจัดทำโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยระดับตำบล เสนอคณะกรรมการฯ จังหวัดนราธิวาส และคณะอนุกรรมการฯ โครงการพัฒนาความมั่นคงในการอยู่อาศัยฯ ในรอบการประชุมเดือนพฤษภาคม 53 ต่อไป.

วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

นกเงือกแห่งเทือกเขาบูโด

วันก่อน เรามีนัดกับเกษตรตำบลกาเยาะมาตี และแกนนำของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล เพื่อให้พาทีมวิจัยไปดูพื้นที่และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการน้ำทั้งแบบรัฐและแบบชาวบ้าน หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแรกแล้ว พวกเราก็ไปดูเส้นทางทรัพยากรอื่นๆ ทั้งน้ำ ป่า ดิน ทุ่งนา สวน ไร่ กันต่อ

แม้ในใจทุกคนจะเข้าใจถึงสถานการณ์ความไม่สงบ และรู้ว่าอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ตลอดเวลาพวกเราจึงระทึกกับเส้นทางสายเปลี่ยวที่แวดล้อมด้วยป่าไม้ สวนผลไม้ สวนยางพารา ห่างๆถึงจะพบชาวสวนสักกลุ่มหนึ่ง บ้างกำลังขนขี้ยางขึ้นรถ บ้างก็พบคนกำลังขนไม้ยาง ขนมะพร้าว จับปลา เล่นน้ำ ขณะที่เส้นทางที่เราผ่านไปนั้นก็แสนจะทรุดโทรม บ้างถูกสายน้ำที่ไหลมากัดเซาะถนนจนขาด บางเส้นทางก็พอที่จะผ่านไปได้ แต่พวกเราก็ไปด้วยวิญญาณของเด็กผู้อยากรู้อยากเห็น เราเพียงแต่อยากรู้ว่าเส้นทางที่กำลังผ่านขึ้นไปบนเทือกเขาบูโดนี้จะสามารถผ่านไปสู่อำเภอกะพ้อได้หรือไม่
อ่านต่อ คลิ้กที่นี่

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

สตูล แตกตื่นหนีตาย ดินไหวอินโดสะเทือนไทย

ประชาชนสตูลแตกตื่น หลังเกิดแผ่นดินไหว 7.8 ริกเตอร์ที่อินโดนีเซีย สะเทือนที่ไทย ประกาศเตือน 6 จังหวัดฝั่งอันดามันให้เฝ้าระวัง ขณะที่นักท่องเที่ยว ชาวบ้านหนีตายออกจากพื้นที่...

เมื่อเช้าวันที่ 7 เม.ย. ที่ จ.สตูล นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าฯ สตูล ได้มีวิทยุด่วน แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สตูล สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.สตูล ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน สื่อมวลชน ได้ทราบข่าวและเฝ้าระวัง เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวในทะเลดังกล่าว คาดว่ามีโอกาสเกิดสึนามิสูง ให้อพยพไปที่ปลอดภัยและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

ทั้งนี้ หลังจากที่ประชาชนที่อาศัยบริเวณตามหมู่บ้านชายฝั่งทะเล และตามเกาะต่างๆ ได้ทราบข่าว ต่างก็เตรียมตัวอพยพและบางรายมีการอพยพไปในที่ปลอดภัยทั้งที่สัญญาณเตือนภัย ยังไม่มีการเปิดเตือนภัยแต่อย่างได โดยที่บริเวณ ม.1,ม.2,ม.3 ต.ตันหยงโป อ.เมืองสตูล ชาวบ้านได้เก็บสัมภาระและสิ่งของจำเป็นประจำตัว เพื่อรอพร้อมที่จะอพยพหากสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นมา ในขณะที่บริเวณชายฝั่งทะเล ท่าเรือตำมะลัง ได้มีการเตรียมพร้อมที่จะนำเรือออกนอกชายฝั่งหากมีการเตือนภัย เนื่องจากว่าหากเกิดสึนามิคลื่นจะซัดเข้ามาบริเวณชายฝั่งดังนั้นเรือที่จอด ตามชายฝั่งต้องแล่นออกไปข้างนอก

ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวพักผ่อนที่เกาะหลีเป๊ะ อ.เมืองสตูล ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.สตูล และมีนักท่องเที่ยวค้างอยู่บนเกาะประมาณ 4,000 คน แต่หลังจากที่นายกิจชัย หอพิสุทธิสาร ผญบ.ม.7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองสตูล ได้รับแจ้งให้เฝ้าระวัง สึนามิ จึงได้แจ้งให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่พักตามรีสอร์ทต่างๆเฝ้าระวัง แต่นักท่องเที่ยว แตกตื่นได้ขนสิ่งของหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัย พอหลังจากเลิกเตือนภัยแล้ว นักท่องเที่ยวก็กลับสู่ที่พักและเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะ ตามปกติ.

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

สมัชชาสภาองค์กรชุมชนหนุนรัฐบาลเจรจา"นปช."

เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน จัดสมัชชาร่วมเสวนาหาทางออกวิกฤติการเมือง เรียกร้องทุกฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรง พร้อมสนับสนุนเปิดเวทีเจรจา

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายจินดา บุญจันทร์ ตัวแทนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน เปิดเผยว่า วันนี้ เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน ทั่วประเทศทั้ง 76 จังหวัด ได้จัดงานสมัชชาสภาองค์กรชุมชน และจัดเสวนาในหัวข้อ วิกฤติการเมืองไทย อะไรคือทางออก พร้อมข้อเสนอทางออกวิกฤติการเมืองไทย ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาได้แก่ นายสน รูปสูง รองประธานสภาพัฒนาการเมือง นายพรมมา สุวรรณศรี ประธานคณะกรรมการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชน นายไพโรจน์ พลเพชร เลขาธิการการสมาคมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนรวมถึงผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลทั้ง 76 จังหวัดเข้าร่วมกว่า 150 คน

ทั้งนี้ภายหลังการประชุม นายจินดา ได้ออกแถลงการณ์ สมัชชาองค์กรสภาชุมชน ประชาธิปไตยชุมชน..หนทางฝ่าวิกฤตทางการเมือง โดยมีข้อเสนอต่อสถานการณ์ทางการเมืองเฉพาะหน้า คือ การชุมนุมของทุกฝ่ายต้องหยุดการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรง ทั้งอาวุธ การข่มขู่ การกระตุ้นยั่วยุ เรียกร้องให้รัฐบาลดูแลการชุมนุมไม่ให้เกิดความรุนแรง ใช้กฎหมายให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเสมอกัน

พร้อมกันนั้น สนับสนุนให้เกิดเวทีการเจรจา โดยมีตัวแทนเข้ามาร่วมทั้งภาคชุมชน นักวิชาการ นักการเมือง สื่อมวลชน เป็นต้น

นอกจากนี้ ได้เสนอการแก้ปัญหาระยะยาว คือ ต้องให้ความสำคัญต่อการวางแผนพัฒนาจากล่างสู่บน เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบายทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงไม่ยื่นข้อเสนอดังกล่าวให้กับกลุ่ม นปช. เนื่องจากมีการย้ายฐานการชุมนุม แต่ส่งข้อเสนอไปยังรัฐบาล โดยจะทำเป็นหนังสือส่งไป