แต่ที่แน่นอนที่สุด ผลกระทบในขณะนี้เกิดขึ้นนอกจากจะเป็นการทำลายความสมดุลทางระบบนิเวศ ซึ่งป่าชุ่มน้ำผืนนี้เป็นแหล่งรับน้ำ และบำบัดน้ำเสียก่อนไหลสู่ทะเลน้อยและทะเลสาบสงขลาแล้ว ยังส่งผลต่อวิถีชีวิตชาวบ้านที่สูญเสียแหล่งกระจูดขนาดที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าโอทอปของชาวบ้าน ต.เคร็ง ที่กว่า 90% ยึดอาชีพสานกระจูด และส่งวัตถุดิบให้กับจังหวัดใกล้เคียงเพื่อแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีจึงจะมีกระจูดใหม่ให้ตัดใช้ได้
นั่นคือภาระทางการเงินและปัญหาสังคมที่อาจจะตามมาจากการไร้รายได้ อีกทั้งยังต้องเผชิญปัญหามลพิษจากการสูดดมควันไฟเป็นระยะเวลานาน ตลอดจนสภาพจิตใจที่ต้องมีนักจิตวิทยาเข้ามาดูแล อ่านต่อ คลิ้กที่นี่